ตลาด
บัญชี
แพลตฟอร์ม
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือ
เขียนโดย Itsariya Doungnet
อัปเดตแล้ว 4 กรกฎาคม 2025
หาคำตอบ Triangle Pattern คืออะไร พร้อมเรียนรู้การวิเคราะห์การใช้งานเพื่อใช้ระบบแนวโน้ม การตัดสินเข้าซื้อ-ขาย ในบทความนี้ ซึ่งการทำความเข้าใจหลักการสามเหลี่ยมทำกำไรจะช่วยเพิ่มการทำกำไรได้มากขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับทุกตลาดเทรด เรามาอ่านรายละเอียดกันต่อเลย!
Triangle Pattern คือ รูปแบบกราฟที่แสดงช่วงราคาบีบตัวเข้าหากัน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนไหวแรง (Breakout) ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
Triangle Pattern มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Symmetrical Triangle, Ascending Triangle, และ Descending Triangle
Triangle Pattern ใช้สำหรับวิเคราะห์แนวโน้มราคา ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
นักเทรดควรรอราคา breakout พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นยืนยัน เพื่อป้องกัน false breakout และลดความเสี่ยงขาดทุน
ลงทะเบียนบัญชีเดโม่ฟรีและปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณ
Triangle Pattern คือ รูปแบบหนึ่งของการเคลื่อนไหวของราคาในกราฟเทคนิค (Technical Chart) ที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของราคาหุ้น สินทรัพย์ หรือสกุลเงินในอนาคต ซึ่ง Triangle Pattern จะแสดงให้เห็นถึงช่วงที่ราคากำลัง "บีบตัว" เข้าหากัน ก่อนที่จะเกิดการ "Breakout" หรือทะลุออกจากกรอบสามเหลี่ยมนั้น
Triangle Pattern มีทั้งหมด 3 ประเภทที่คุณควรทำความรู้จัก เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาและวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลักษณะ: เส้นแนวต้าน (Resistance) และแนวรับ (Support) มีมุมเอียงเข้าหากันพอๆ กัน
ความหมาย: เป็นสัญญาณของการพักฐานราคา ไม่ระบุชัดว่าราคาจะไปทางไหน จนกว่าจะมี Breakout
การใช้งาน: รอให้ราคาทะลุออกจากกรอบแล้วค่อยเข้าซื้อหรือขายตามทิศทาง
ลักษณะ: เส้นแนวต้านคงที่ ส่วนแนวรับเอียงขึ้น
ความหมาย: เป็นสัญญาณ Bullish (ราคามีแนวโน้มจะขึ้น) เพราะแรงซื้อเพิ่มขึ้น
การใช้งาน: ถ้าราคาทะลุแนวต้าน ควรเข้าซื้อ
ลักษณะ: เส้นแนวรับคงที่ ส่วนแนวต้านเอียงลง
ความหมาย: เป็นสัญญาณ Bearish (ราคามีแนวโน้มจะลง) เพราะแรงขายเพิ่มขึ้น
การใช้งาน: ถ้าราคาทะลุแนวรับ ควรขายออก
ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับ Bull Triangle และ Bear Triangle กันต่อ เพื่อให้คุณได้เข้าใจความแตกต่างของทั้งสองทิศทางการวิ่งของราคา
สามเหลี่ยมขาขึ้น หรือ Ascending Triangle จะมีลักษณะเส้นแนวต้าน แนวนอน ระดับราคาคงที่ที่เป็นจุดสูงสุด เส้นแนวรับ เอียงขึ้น จากจุดต่ำสุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ราคาไต่ขึ้นมาหลายครั้ง แต่ถูกกดไว้ไม่ให้ผ่าน 100 บาท หมายถึง มีแนวต้านแข็งแรง
แนวรับที่สูงขึ้นแสดงว่าผู้ซื้อเข้มแข็งขึ้น ค่อย ๆ รับซื้อในราคาที่สูงขึ้น
หากราคาสามารถเบรก (Breakout) ผ่าน 100 บาทขึ้นไปได้ด้วยปริมาณซื้อ (Volume) ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวก
เป้าหมายราคา จะต้องวัดความสูงของสามเหลี่ยมด้านตั้ง = 100 - 90 = 10 บาท ดังนั้นเป้าหมายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 100 + 10 = 110 บาท
สามเหลี่ยมขาลง หรือ Descending Triangle มีเส้นแนวรับ แนวนอน ระดับราคาคงที่ที่เป็นจุดต่ำสุด เป็นเส้นแนวต้าน เอียงลง มีจุดสูงสุดต่ำลงเรื่อย ๆ
ราคาถูกกดดันให้ลดลงทุกครั้งที่ขึ้นมาแต่ยังมีแนวรับแข็งที่ 50 บาท
แสดงว่าผู้ขายเริ่มเข้มแข็ง แต่ผู้ซื้อก็ยังพยายามไม่ให้ราคาต่ำกว่า 50 บาท
หากราคาหลุด (Breakdown) แนวรับ 50 บาทไปได้ พร้อมกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณลบ
เป้าหมายราคา คือ จะวัดความสูงของสามเหลี่ยมด้านตั้ง = 60 - 50 = 10 บาท ดังนั้นเป้าหมายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 50 - 10 = 40 บาท
กลยุทธ์รูปแบบสามเหลี่ยม (Triangle Pattern) เป็นหนึ่งในสัญญาณทางเทคนิคที่นิยมใช้ในการวิเคราะห์กราฟหุ้น เพื่อช่วยคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และเพิ่มกำไร
สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การระบุประเภทของรูปแบบสามเหลี่ยมในกราฟ ว่าเป็น Ascending Triangle หรือ Bull Triangle ที่บอกถึงโอกาสราคาขาขึ้น, Descending Triangle หรือ Bear Triangle บ่งบอกถึงแรงขายและราคาขาลง หรือ Symmetrical Triangle ที่ยังไม่บ่งบอกทิศทางที่ชัดเจน การแยกแยะประเภทนี้จะช่วยให้เราวางแผนกลยุทธ์ได้ถูกต้องตามสภาพตลาด
หลังจากระบุรูปแบบของสามเหลี่ยมเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญ คือ การรอให้ราคาหลุดออกจากกรอบสามเหลี่ยมอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นการ breakout ขึ้นเหนือเส้นแนวต้านหรือ breakdown ลงต่ำกว่าเส้นแนวรับ การเคลื่อนไหวนี้ควรมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น เพื่อยืนยันว่าการเคลื่อนไหวราคานั้นมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
เมื่อราคาทะลุกรอบสามเหลี่ยมและมีการยืนยันจากปริมาณซื้อขายแล้ว เราจึงค่อยเข้าเทรดตามทิศทางนั้น กล่าวคือ ซื้อเมื่อราคา breakout ขึ้นเหนือแนวต้านใน Bull Triangle และขายเมื่อราคา breakdown ต่ำกว่าแนวรับใน Bear Triangle ส่วน Symmetrical Triangle ควรรอให้ breakout ด้านใดด้านหนึ่งก่อนจึงตัดสินใจเข้าทำรายการ
การตั้งจุดขาดทุนมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวที่สวนทางกับการคาดการณ์ ควรตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเหมาะสม ด้วยการวาง stop loss ไว้บริเวณใกล้กับเส้นแนวรับในกรณี Bull Triangle หรือใกล้กับเส้นแนวต้านใน Bear Triangle การทำเช่นนี้จะช่วยจำกัดขาดทุนให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้และรักษาสภาพคล่องทางการเงินของเรา
การตั้งเป้าหมายราคา ช่วยให้นักเทรดรู้ว่าจะขายทำกำไรเมื่อราคาไปถึงจุดใด ทั่วไปจะวัดความสูงของสามเหลี่ยมด้านตั้งแล้วนำไปบวกหรือลบกับจุด breakout เช่น หากความสูงของสามเหลี่ยมคือ 10 บาท และราคาหลุดแนวต้านที่ 100 บาท เป้าหมายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 110 บาท การมีเป้าหมายชัดเจนช่วยลดความโลภและเพิ่มวินัยในการเทรด
การใช้รูปแบบสามเหลี่ยมควรผสมผสานกับการวิเคราะห์อื่น ๆ เช่นตัวชี้วัดทางเทคนิค (RSI, MACD) และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด เพราะเหตุการณ์นี้อาจทำให้รูปแบบทางเทคนิคผิดพลาดได้ การบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้ เป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรด
รูปแบบสามเหลี่ยมช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาจะมีโอกาสเคลื่อนไหวไปทางไหน หลังจากที่ราคาบีบตัวในกรอบแคบ
รูปแบบสามเหลี่ยมสามารถสังเกตและวาดเส้นแนวรับแนวต้านได้ง่าย ทำให้เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
สามารถใช้ได้ทั้งกราฟรายวัน รายสัปดาห์ หรือกราฟระยะสั้น ทำให้ยืดหยุ่นตามสไตล์การเทรด
ช่วยให้คุณสามารถตั้งเป้าหมายราคา (Take Profit) ได้อย่างมีหลักการ
ราคาบางครั้งอาจหลุดแนวรับหรือแนวต้านเพียงเล็กน้อยแล้วกลับตัว ทำให้สัญญาณหลอก (false breakout) เกิดขึ้นและทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนได้
Symmetrical Triangle ที่ราคาสามารถ breakout ได้ทั้งขึ้นและลง จึงต้องใช้สัญญาณอื่นร่วมวิเคราะห์ อาจจะไม่ได้บอกทิศทางชัดเจนเสมอไป
หากใช้เพียงรูปแบบสามเหลี่ยมอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น Volume, RSI, MACD เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
Triangle Pattern คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของการรวมตัวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่ราคาจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ การใช้รูปแบบนี้ช่วยให้เราคาดการณ์ทิศทางราคาได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงจากการซื้อขายผิดจังหวะ และช่วยกำหนดจุดเข้า-ออก พร้อมตั้งเป้าหมายกำไรได้อย่างชัดเจน เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการตัดสินใจเทรดในตลาดทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
Triangle Pattern คือ รูปแบบกราฟที่เกิดจากเส้นแนวรับและแนวต้านที่บีบตัวเข้าหากัน แสดงถึงช่วงราคาที่รวมตัวก่อนจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
มี 3 ประเภทหลัก คือ Symmetrical Triangle (ไม่มีทิศทางชัดเจน), Ascending Triangle (บ่งบอกแนวโน้มขาขึ้น), และ Descending Triangle (บ่งบอกแนวโน้มขาลง)
นักเทรดจำเป็นต้องรอให้ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้าน พร้อมกับปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นเพื่อยืนยันทิศทาง breakout ช่วยลดโอกาสการตัดสินใจผิดพลาดจากสัญญาณหลอก
ใช่ ควรรอให้ breakout ยืนยันก่อน เพื่อป้องกันสัญญาณหลอกและลดความเสี่ยง การเข้าเทรดก่อนราคายืนยันอาจทำให้ขาดทุนได้
นักเทรดควรวาง Stop Loss ใกล้กับเส้นแนวรับในกรณีราคาขึ้น หรือใกล้แนวต้านในกรณีราคาลง เพื่อจำกัดขาดทุนและรักษาสภาพคล่องทางการเงินของนักเทรด
อาจเกิด false breakout ได้บ่อย จึงควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และไม่ควรพึ่งพา Triangle Pattern เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเทรด
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง