การสร้างวินัยและนิสัยในการเทรด | บทเรียนเทรดฟรี วินัยและการสร้างนิสัยในการเทรด - จิตวิทยาการเทรดในช่วงตลาดผันผวนรุนแรง
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

วินัยและการสร้างนิสัยในการเทรด

การรู้ว่ากฎการเทรดที่ถูกต้องคืออะไรกับการทำตามกฎนั้นได้จริงในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นแรงเป็นทักษะที่แตกต่างกันอย่างมาก

ในบทนี้เราจะอธิบายว่าช่องว่างดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีระบบใดบ้างที่ช่วยให้สิ่งที่รู้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมถึงจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังการที่วินัยมักสั่นคลอนเมื่อเผชิญแรงกดดัน ตลอดจนบทบาทของแรงต้าน (Friction) ค่าเริ่มต้น (Defaults) การออกแบบสภาพแวดล้อม (Environment Design) และโครงสร้างความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ (Accountability Structures) ที่ช่วยทำให้การตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นทางเลือกที่ทำได้ง่ายกว่า

 important of discipline in forex trading thai

[แหล่งที่มา:FosterCapital ]

เหตุใดการรู้จึงไม่เท่ากับการลงมือทำ

แบบจำลองกระบวนการ (Process Model) ของนักจิตวิทยา Michael Inzlicht นำเสนอคำอธิบายอีกมุมหนึ่งว่าเหตุใดวินัยจึงมักสั่นคลอนเมื่อเผชิญแรงกดดัน แทนที่จะมองว่าเป็นเพราะ “ทรัพยากรบางอย่างหมดลง” แนวคิดนี้อธิบายว่า การใช้การควบคุมตนเองจะทำให้ความสนใจและแรงจูงใจของสมองเปลี่ยนไปชั่วคราว จากงานที่อยู่ตรงหน้า ไปสู่สิ่งที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าหรือน่าพึงพอใจมากกว่าในทันที

 self control in trading thai

สิ่งที่เทรดเดอร์เรียนรู้ได้จากแบบจำลองกระบวนการ

  • การใช้การควบคุมตนเองไม่ได้ทำให้ทรัพยากรบางอย่างหมดลง แต่ทำให้ความสนใจและแรงจูงใจเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่รู้สึกคุ้มค่ามากกว่าในเวลานั้น

  • ในบริบทของการเทรด “หน้าที่” อย่างการวิเคราะห์กราฟอย่างมีวินัย มักค่อย ๆ พ่ายแพ้ให้กับ “ความพึงพอใจ” จากการได้กำไรเร็วและดูเหมือนให้ผลตอบแทนสูง

  • เทรดเดอร์ไม่ได้หมดวินัยในช่วงท้ายของการเทรดที่กำลังขาดทุน แต่เป็นเพราะลำดับความสำคัญของสมองได้เปลี่ยนไปหาผลตอบแทนที่ต้องการในทันทีแล้ว

  • สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพราะพลังใจหมด แต่เป็นเพราะสิ่งที่รู้สึกว่า “คุ้มค่าที่จะทำ” ได้เปลี่ยนไป

พลังใจเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยแก้ปัญหานี้

เมื่อพิจารณาจากวิธีการทำงานของสมองอย่างแท้จริง การพยายามฝืนตัวเองให้ผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปด้วยความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวจึงเป็นการต่อสู้ที่ยากกว่าที่คิด โดยมี 2 แนวทางที่ได้ผลมากกว่า ดังนี้

สร้างกรอบความคิดที่ช่วยพัฒนาวินัย (Growth Mindset)

งานวิจัยของ Carol Dweck ชี้ให้เห็นว่า การเชื่อว่า “การทำตามกฎของตนเองในวันนี้ คือการสร้างนิสัยสำหรับวันพรุ่งนี้” แทนที่จะเชื่อว่า “เรามีพลังใจอยู่จำกัด” สามารถช่วยให้ผู้คนรับมือกับแรงกดดันได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

ใช้การออกแบบพฤติกรรม (Behavioral Design) ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น

เนื่องจากการเปลี่ยนจาก “หน้าที่” ไปสู่ “ความอยาก” เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงควรทำให้สภาพแวดล้อมในการเทรดเรียบง่าย เพื่อลดภาระทางความคิดที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และกำหนดกฎที่บังคับให้หยุดไว้ล่วงหน้า เช่น การปิดแพลตฟอร์มเทรด ก่อนที่สมองจะเปลี่ยนเข้าสู่โหมดไล่ล่าผลตอบแทนระยะสั้น

เปลี่ยนกฎให้กลายเป็นนิสัย

แรงต้าน (Friction) ค่าเริ่มต้น (Defaults) และการออกแบบสภาพแวดล้อม (Environment Design) ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดจากศาสตร์ด้านพฤติกรรมในการสร้างนิสัยให้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แทนที่จะพึ่งพาพลังใจเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้เน้นการปรับสภาพแวดล้อมในการเทรดให้เอื้อต่อพฤติกรรมที่เหมาะสม ทำให้พฤติกรรมการเทรดที่เหมาะสมเกิดขึ้นได้ง่าย และทำให้พฤติกรรมการเทรดที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นได้ยากมาก

เนื่องจากแบบจำลองกระบวนการ (Process Model) อธิบายว่า การเปลี่ยนจากสิ่งที่ควรทำไปสู่สิ่งที่อยากทำเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แนวทางแก้จึงไม่ใช่การพยายามฝืนกระบวนการนี้ด้วยพลังใจ แต่คือการปรับสภาพแวดล้อมให้การตัดสินใจที่ถูกต้องทำได้ง่ายกว่าการตัดสินใจที่ผิด ก่อนที่แรงจูงใจจะเริ่มเปลี่ยนไป

 dump losses good looses thai

[แหล่งที่มา: tradeciety.com]

แรงต้าน (Friction)

แรงต้าน (Friction) หมายถึงระดับความพยายามที่ต้องใช้ในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากต้องการสร้างนิสัยที่ดี ควรลดแรงต้าน แต่หากต้องการเลิกนิสัยที่ไม่ดี ควรเพิ่มแรงต้าน

เพิ่มแรงต้านให้กับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

  • หายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้งก่อนเทรดแก้มือ (Revenge Trading) หรือเพิ่มขนาดสถานะเป็นสองเท่า

  • ให้บอกเหตุผลในการเข้าเทรดของตนเองให้ได้ภายในหนึ่งประโยคก่อนเข้าเทรด หากไม่สามารถอธิบายได้ก็ไม่ควรเข้าเทรด

  • ก่อนเริ่มเทรดให้นำโทรศัพท์ที่อาจรบกวนสมาธิไปไว้ในอีกห้องหนึ่ง

ลดแรงต้านให้กับพฤติกรรมที่ดี

  • เปิดบันทึกการเทรด (Trading Journal) ค้างไว้บนหน้าจอเดสก์ท็อปเสมอ เพื่อให้สามารถบันทึกการเทรดได้ในคลิกเดียว

  • ตั้งรายการตรวจสอบก่อนเปิดตลาด (Pre-Market Checklist) เป็นหน้าแรกของเบราว์เซอร์

  • เขียนประโยคสำหรับช่วยปรับมุมมองไว้ล่วงหน้า 2 - 3 ประโยคในช่วงที่จิตใจสงบ และแสดงประโยคเหล่านั้นไว้บนหน้าจอให้มองเห็นได้ตลอด

ค่าเริ่มต้น (Defaults)

ค่าเริ่มต้น (Defaults) คือทางเลือกที่จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ดำเนินการใด ๆ โดยธรรมชาติแล้ว คนเรามักเลือกทางที่ใช้ความพยายามน้อยกว่า และมักยอมรับตัวเลือกที่ถูกกำหนดไว้เป็นค่าเริ่มต้น

  1. กำหนดขนาดการเทรดเริ่มต้นให้อยู่ในสัดส่วนที่ค่อนข้างระมัดระวัง เช่น 1 - 2% ของเงินทุนในบัญชี เพื่อให้การเพิ่มความเสี่ยงจากระดับดังกล่าวต้องเกิดจากการตัดสินใจอย่างตั้งใจ

  2. ปรับขนาดสถานะตามสัญญาณทางร่างกายของตนเอง หากรู้สึกตึงเครียด ฝ่ามือมีเหงื่อออก หรือหัวใจเต้นเร็วเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง ให้ลดขนาดสถานะลง แม้การคำนวณจะดูสมเหตุสมผล แต่ขนาดสถานะดังกล่าวอาจเกินระดับที่ตนเองรู้สึกว่ายอมรับได้

  3. ตั้งคำสั่ง Stop-Loss ทันทีที่เปิดสถานะ สิ่งสำคัญคือควรกำหนดระดับดังกล่าวในขณะที่ยังมีสติและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล

  4. จัดรูปแบบกราฟให้เรียบง่าย สร้างเทมเพลต (Template) เริ่มต้นที่แสดงเฉพาะอินดิเคเตอร์ที่จำเป็น และนำเครื่องมือที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการเทรดตามอารมณ์ออก

  5. ตั้งขีดจำกัดความเสี่ยงในระดับบัญชีให้ทำงานโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น หากมีบัญชีซื้อขาย $100,000 และกำหนดกฎ “ขีดจำกัดการขาดทุนต่อวัน 5%” บัญชีจะถูกล็อกโดยอัตโนมัติเมื่อยอดขาดทุนแตะ $5,000

หากกำหนดตัวเลือกเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังใจทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญในการตัดสินใจ

การออกแบบสภาพแวดล้อม (Environment Design)

สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม หากพื้นที่ทำงานเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การเทรดก็อาจวุ่นวายตามไปด้วย

  1. กำหนดพื้นที่หนึ่งไว้สำหรับการเทรดโดยเฉพาะ การทำเช่นนี้ช่วยให้ค่อย ๆ เชื่อมโยงพื้นที่ดังกล่าวกับการเทรดที่ต้องใช้สมาธิและความสงบทางจิตใจ

  2. ใช้สิ่งยึดโยงทางกายภาพ (Physical Anchor) เพื่อช่วยเปลี่ยนกรอบความคิดก่อนเริ่มเทรด เช่น หยิบลูกบอลนวดขึ้นมา การกระทำนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณให้เปลี่ยนจุดสนใจและทำจิตใจให้สงบก่อนส่งคำสั่งซื้อขายครั้งแรก

  3. ถอยออกจากการเทรดชั่วคราวทั้งหลังจากทำกำไรได้มากและหลังจากขาดทุนอย่างหนัก เพราะทั้งสองสถานการณ์สามารถกระตุ้นอารมณ์อย่างรุนแรงและบิดเบือนการตัดสินใจในการเทรดครั้งถัดไปได้

  4. ฝึกทบทวนกฎก่อนที่จะต้องนำมาใช้จริง ระหว่างที่เปิดสถานะอยู่ลองนึกภาพสถานการณ์หลายรูปแบบที่ราคาอาจเคลื่อนไหว และจินตนาการว่าตนเองจะทำตามกฎอย่างไรในแต่ละสถานการณ์

เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทำงานแยกจากกัน รายการสินทรัพย์ติดตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (Locked Watchlist) การตั้ง Stop-Loss เป็นค่าเริ่มต้น และตัวติดตามสถิติการทำตามกฎอย่างต่อเนื่องที่มองเห็นได้ชัดเจน (Visible Streak Tracker) ล้วนช่วยเสริมกัน ทำให้การพลาดในจุดหนึ่งไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงต่อบัญชี

ระบบสร้างความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ (Accountability Structures)

เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันพลังใจเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ นี่คือเหตุผลที่นักกีฬามีโค้ชและผู้บริหารมีคณะกรรมการคอยกำกับดูแล ขณะที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักนั่งอยู่หน้าจอเพียงลำพัง โดยไม่มีใครตรวจสอบการตัดสินใจในขณะนั้น

เปลี่ยนวินัยให้วัดผลเป็นตัวเลขได้

  1. ติดแท็กการเทรดทุกครั้งว่า “ทำตามกฎ” (Rules Followed) หรือ “ผิดกฎ” (Rules Broken) โดยไม่มีการให้คะแนนบางส่วน แม้ขยับ Stop-Loss เพียง 1 ครั้ง ก็ถือว่าผิดกฎ

  2. คำนวณคะแนนรายสัปดาห์: (จำนวนการเทรดที่ทำตามกฎ ÷ จำนวนการเทรดทั้งหมด) × 100

  3. เปรียบเทียบผลลัพธ์ของทั้งสองกลุ่ม
    โดยทั่วไป การเทรดในกลุ่ม “ทำตามกฎ” (Rules Followed) มักมีอัตราการชนะ (Win Rate) และอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน (Profit Factor) สูงกว่ากลุ่ม “ผิดกฎ” (Rules Broken) อย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบในบัญชีเดียวกันและโดยเทรดเดอร์คนเดียวกัน

  4. ระบุสิ่งกระตุ้นของตนเอง
    เมื่อมีข้อมูลที่ติดแท็กไว้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ให้สังเกตรูปแบบที่เกิดขึ้น เช่น การผิดกฎมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งของวันหรือไม่ มักเกิดขึ้นหลังจากขาดทุนติดต่อกันหรือไม่ หรือมักเกิดขึ้นเมื่อมีอารมณ์บางอย่างหรือไม่

วิธีนี้ได้ผลเพราะเปลี่ยนการประเมินตนเองที่คลุมเครือให้กลายเป็นตัวเลขที่สามารถติดตามได้ทุกสัปดาห์ เช่นเดียวกับการติดตามอัตราการชนะ (Win Rate) หรืออัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน (Profit Factor)

การจดบันทึกการเทรด (Journaling)

Brett Steenbarger นักจิตวิทยาด้านการเทรดเคยตั้งข้อสังเกตว่า เพียงแค่รู้ว่าจะมีใครสักคน หรือแม้แต่ตัวเราเองในอนาคตกลับมาทบทวนการตัดสินใจนั้น ก็มีแนวโน้มทำให้คิดให้รอบคอบมากขึ้นก่อนลงมือ เมื่อเวลาผ่านไป การตระหนักว่าจะมีการทบทวนการตัดสินใจในภายหลัง จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นนิสัยในการสังเกตสภาวะอารมณ์ของตนเองได้ทันทีขณะกำลังเทรด

ระบบอื่นที่ใช้หลักการเดียวกัน

  • การทบทวนโดยที่ปรึกษา (Mentor Review): ที่ปรึกษาที่อ่านบันทึกการเทรดไม่ได้เพียงตรวจว่ามีการทำผิดกฎหรือไม่ แต่ยังช่วยสังเกตรูปแบบทางอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงสิ่งกระตุ้นที่อาจมองไม่เห็นด้วยตนเอง

  • ขีดจำกัดบัญชีอัตโนมัติ (Automatic Account Limits): ขีดจำกัดการขาดทุนต่อวันของบัญชีจากบริษัทที่ให้เงินทุนสำหรับการเทรด (Prop Firm) ช่วยลดความจำเป็นในการควบคุมตนเองในช่วงเวลาที่ระบบประสาทอยู่ในภาวะที่รับมือกับการตัดสินใจได้ยากที่สุด

  • การมีเพื่อนช่วยติดตามและทบทวน (Peer Accountability): การแบ่งปันรูปแบบทางอารมณ์และสิ่งกระตุ้นของตนเองกับบุคคลที่ไว้ใจ ไม่ใช่เพียงแผนการเทรด ช่วยให้สังเกตเห็นสิ่งที่การจดบันทึกส่วนตัวเพียงอย่างเดียวอาจมองข้ามไป

สรุปสาระสำคัญ

  • การที่วินัยลดลงเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของสมอง ไม่ใช่ข้อบกพร่องด้านบุคลิก ดังนั้นพลังใจเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้

  • แรงต้าน (Friction) ค่าเริ่มต้น (Defaults) และการออกแบบสภาพแวดล้อม (Environment Design) ช่วยทำให้การตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นทางเลือกที่ทำได้ง่ายกว่า

  • การติดตามคะแนนการทำตามกฎรายสัปดาห์ (Rule Adherence Score) ทำให้วินัยกลายเป็นสิ่งที่สามารถวัดผล ติดตาม และพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม

  • การมีระบบติดตามจากภายนอก เช่น การทบทวนโดยที่ปรึกษาหรือขีดจำกัดการขาดทุนอัตโนมัติ ยังคงทำหน้าที่ได้เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน เพราะระบบเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการควบคุมตนเองเพียงอย่างเดียว

ถัดไป: ระบบจิตวิทยาการเทรดส่วนบุคคล
บทเรียนถัดไป