ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
โบนัส
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
อคติทางความคิด (Cognitive Bias) คือความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นระบบในกระบวนการคิด ซึ่งอาจทำให้เทรดเดอร์ตัดสินใจผิดพลาดในการเทรดจริง แม้จะเตรียมอินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมและกลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบไว้แล้วก็ตาม
อคติทางความคิดทำให้เทรดเดอร์มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงความซับซ้อนและเลือกทางออกที่ง่ายกว่า ส่งผลให้ยากต่อการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและเป็นกลาง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเทรด
ในบทนี้ เราจะทำความรู้จักกับอคติทางความคิดที่เทรดเดอร์มักเผชิญ ผลกระทบที่มีต่อตลาด และแนวทางในการรับมือกับอคติเหล่านี้
การลงทุนในตลาดต่าง ๆ เช่น หุ้น Forex และคริปโทเคอร์เรนซี ล้วนเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมตลาด
เมื่อเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก สมองจะพยายามประหยัดพลังงานและลดการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง โดยหันไปพึ่งพาความเชื่อเดิม เช่น พฤติกรรมที่เคยทำในอดีตและข้อสันนิษฐานที่มีอยู่แล้ว
ผลที่ตามมาคือ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและเหมาะสมกับสถานการณ์ทำได้ยากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่จะมองข้ามสัญญาณสำคัญและตัดสินใจผิดพลาด
อคติทางความคิดที่เทรดเดอร์มักเผชิญมีดังต่อไปนี้
อคติยืนยันความเชื่อเดิม (Confirmation Bias) คือแนวโน้มที่คนเราจะให้ความสำคัญกับข้อมูลที่สอดคล้องกับความคิดหรือความเชื่อที่ก่อตัวขึ้นมาตลอดชีวิต ขณะเดียวกันก็มองข้ามหรือลดความสำคัญของข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อเหล่านั้น
ตัวอย่าง
หากเทรดเดอร์เชื่อมั่นอย่างมากว่าราคาหุ้น Tesla จะปรับตัวสูงขึ้น ก็อาจเลือกสนใจเฉพาะข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับบริษัท แม้จะเริ่มมีสัญญาณว่าราคาอาจกลับตัว เทรดเดอร์ก็อาจมองข้ามหรือไม่ให้ความสำคัญกับสัญญาณดังกล่าว
ในลักษณะนี้ คนเรามักยอมรับเฉพาะข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิมว่าเป็นข้อมูลที่ “ถูกต้อง” ขณะที่มองข้ามข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อนั้นว่าเป็นข้อมูลที่ “ผิด”
แนวทางการรับมือ: ตั้งคำถามกับสมมติฐานของตนเอง และค้นหาข้อมูลจากแหล่งที่มีมุมมองแตกต่างออกไปอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อชื่อเสียงของบริษัททำให้รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตั้งข้อสงสัย
อคติจากการยึดติดกับจุดอ้างอิง (Anchoring Bias) คือแนวโน้มที่จะยึดติดกับข้อมูลแรกที่ได้รับ หรือ “จุดอ้างอิง” (Anchor) เมื่อต้องตัดสินใจ แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ถูกต้องหรือล้าสมัยแล้วก็ตาม
หากซื้อหุ้นที่ราคา $100 เมื่อราคาลดลงมาอยู่ที่ $90 ก็อาจยังยึดติดกับราคาที่ซื้อมาในตอนแรก จนไม่สามารถตัดสินใจขายได้ทันที
ระหว่างที่รอด้วยความหวังว่าราคาจะกลับขึ้นไปที่ $100 ราคาหุ้นอาจยังคงปรับตัวลงต่อ และท้ายที่สุดทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
แนวทางการรับมือ: ทบทวนระดับทำกำไรและจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss) อย่างสม่ำเสมอโดยอ้างอิงจากข้อมูลปัจจุบัน แทนการยึดติดกับราคาที่ซื้อมาในครั้งแรก
พฤติกรรมขายกำไรเร็วและถือขาดทุนนาน (Disposition Effect) หมายถึงแนวโน้มที่เทรดเดอร์ให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงการขาดทุนมากกว่าการได้รับกำไรในจำนวนที่เท่ากัน เนื่องจากความรู้สึกเจ็บปวดจากการขาดทุนมักรุนแรงกว่าความรู้สึกยินดีจากการได้รับกำไรในจำนวนเดียวกัน
เทรดเดอร์ที่มีความกลัวการสูญเสีย (Loss Aversion) มักถือสถานะที่ขาดทุนไว้นาน โดยหวังว่าตลาดจะกลับตัว ส่งผลให้ผลขาดทุนมักเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
แนวทางการรับมือ: หลีกเลี่ยงการเทรดตามอารมณ์ และปิดสถานะตามคำสั่ง Stop-Loss ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า การยอมรับการขาดทุนถือเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด
กับดักต้นทุนจม (Sunk Cost Fallacy) หมายถึงแนวโน้มที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปจนจบ แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะไม่สมเหตุสมผล แต่เพียงเพราะได้ใช้เวลาหรือเงินไปกับสิ่งนั้นแล้ว
เทรดเดอร์สามารถตกอยู่ในกับดักนี้ได้ง่าย เมื่อตัดสินใจเพราะไม่ต้องการให้เวลา หรือเงินที่ลงทุนไปแล้วสูญเปล่า
แนวทางการรับมือ: กำหนดเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน และกำหนดเกณฑ์วัดผลการดำเนินงานของพอร์ต นอกจากนี้ การกำหนดจุดออกจากสถานะไว้ก่อนเริ่มเทรดก็เป็นสิ่งสำคัญ
ความหลงผิดของนักพนัน (Gambler’s Fallacy) คือความเชื่อที่ผิดว่าผลลัพธ์ในอดีตมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ในอนาคต ทั้งที่ในความเป็นจริงแต่ละเหตุการณ์เป็นอิสระต่อกัน
แนวคิดนี้เรียกอีกอย่างว่า ความหลงผิดแบบมอนติคาร์โล (Monte Carlo Fallacy) และเป็นความเข้าใจผิดที่พบได้ทั่วไปทั้งในการพนันและการลงทุน โดยเกิดขึ้นเมื่อนำผลลัพธ์ในอดีตมาใช้คาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคตอย่างไม่ถูกต้อง
เทรดเดอร์อาจเห็นการเทรดหลายครั้งติดต่อกันทำกำไรได้ตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ต่อมากลับตัดสินใจปิดสถานะอย่างผิดพลาด เพราะเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้เป็นสัญญาณว่าราคากำลังจะปรับตัวลง จึงตัดสินใจขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่
แนวทางการรับมือ: ในการเทรด ต้องละทิ้งความคิดที่ว่า ผลลัพธ์ในอดีตจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ในอนาคต แต่ควรศึกษาตลาดอย่างสม่ำเสมอ อัปเดตการวิเคราะห์ ข้อมูล และกลยุทธ์ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
อคติจากความมั่นใจมากเกินไป (Overconfidence Bias) เกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์เชื่อว่าตนเองมีความรู้และทักษะเหนือกว่าผู้อื่น และเชื่อว่าจะไม่มีทางพลาดในการเทรด ส่งผลให้รับความเสี่ยงมากเกินไป
อคตินี้มักเกิดจากการเทรดที่ประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่ครั้งในอดีต หรือการขาดการวิเคราะห์ตลาดอย่างเพียงพอ
การเปิดสถานะที่มีความเสี่ยงสูงจากความมั่นใจมากเกินไปจะนำไปสู่การขาดทุนจำนวนมาก เมื่อตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะที่ถืออยู่ในที่สุด
แนวทางการรับมือ: จดบันทึกการเทรด (Trading Journal) เพื่อบันทึกการตัดสินใจและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น การทบทวนการเทรดที่ผ่านมาและมองเห็นทั้งกำไรและขาดทุนอย่างชัดเจนจะช่วยป้องกันการเทรดอย่างขาดการยั้งคิดที่เกิดจากความมั่นใจมากเกินไป
อคติจากข้อมูลที่นึกถึงได้ง่าย (Availability Bias) หมายถึงการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลหรือแนวคิดที่นึกขึ้นมาได้ทันที โดยไม่ได้วิเคราะห์อย่างรอบด้าน
เมื่อต้องเลือกหุ้นรายตัวหรือทำการเทรด เทรดเดอร์อาจตัดสินใจจากข้อมูลที่พบเห็นได้ง่าย เช่น ข่าวล่าสุด โพสต์บนโซเชียลมีเดีย หรือข้อมูลจากการบอกต่อ
เนื่องจากเทรดเดอร์มักเข้าซื้อหุ้นโดยไม่ได้วิเคราะห์อย่างเพียงพอ จึงมีความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นเพียงเพราะกำลังได้รับความนิยม แต่ความนิยมไม่ได้หมายความว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นเสมอไป
แนวทางการรับมือ: แทนที่จะอาศัยเพียงข้อมูลล่าสุด ควรย้อนดูกราฟและข้อมูลย้อนหลังหลายปีเพื่อประเมินภาพรวมอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ในระหว่างการวิเคราะห์ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนจากภายนอก และพิจารณาข้อมูลตัวเลขและกลยุทธ์อย่างมีเหตุผล
พฤติกรรมตามฝูงชน (Herding) หมายถึงแนวโน้มทางจิตใจที่ทำให้เทรดเดอร์เลียนแบบการกระทำของคนส่วนใหญ่ และตัดสินใจลงทุนโดยมองข้ามการศึกษาข้อมูลและการวิเคราะห์ของตนเอง
การทำตามคนส่วนใหญ่ทำให้เทรดเดอร์รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เพราะมีนักลงทุนรายอื่นจำนวนมากถือสถานะในทิศทางเดียวกัน
พฤติกรรมร่วมกันในลักษณะนี้อาจทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาด และมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียมูลค่าสินทรัพย์อย่างมากเมื่อแนวโน้มกลับตัว
แนวทางการรับมือ: พัฒนากลยุทธ์การเทรดของตนเอง หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนจากตลาด และยึดตามข้อมูลที่ได้ศึกษาวิเคราะห์ด้วยตนเอง แม้นักลงทุนจำนวนมากกำลังเข้าร่วมการเก็งกำไร ก็ควรถามตนเองว่าการทำตามคนส่วนใหญ่เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมหรือไม่ และพิจารณาอย่างสุขุมและมีเหตุผล
อคติอย่างอคติยืนยันความเชื่อเดิม (Confirmation Bias) และอคติจากการยึดติดกับจุดอ้างอิง (Anchoring Bias) ทำให้เทรดเดอร์ยึดติดกับความเชื่อเดิมหรือราคาแรกที่ใช้เป็นจุดอ้างอิง แม้ว่าสถานการณ์ในตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนแล้วก็ตาม
อคติประเภทอื่น เช่น ความกลัวการสูญเสีย (Loss Aversion) กับดักต้นทุนจม (Sunk Cost Fallacy) และอคติจากความมั่นใจมากเกินไป (Overconfidence Bias) ผลักดันให้เทรดเดอร์ถือสถานะที่ขาดทุนนานเกินไป หรือรับความเสี่ยงมากเกินไป โดยมีอารมณ์เป็นแรงขับเคลื่อนมากกว่าการวิเคราะห์
แนวทางรับมือกับอคติเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มีหลักการเดียวกัน คือกำหนดกฎ จุดออกจากสถานะ และแนวทางการทบทวนการเทรดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้มีแนวทางการตัดสินใจที่กำหนดไว้แล้ว ก่อนที่อารมณ์จะเข้ามามีอิทธิพล
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้