วิธีประเมินการยอมรับความเสี่ยง | บทเรียนฟรี XS รู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง: คู่มือประเมินตนเองสำหรับเทรดเดอร์ - จิตวิทยาการเทรดในช่วงตลาดผันผวนรุนแรง
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

รู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง: คู่มือประเมินตนเองสำหรับเทรดเดอร์

ในบทนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ทั้งด้านการเงินและด้านจิตใจของตนเองอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงวิธีประเมินความกลัวการสูญเสีย (Loss Aversion) ของตนเอง ซึ่งอาจส่งผลให้เทรดเดอร์ถือสถานะที่ขาดทุนนานเกินไปโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ คุณจะได้ประเมินว่าตนเองมีแนวโน้มตอบสนองทางอารมณ์ต่อความเครียดในระดับสูงหรือต่ำ และลักษณะดังกล่าวส่งผลต่อพฤติกรรมการเทรดจริงอย่างไร

หลังจบบทนี้ คุณจะมีวิธีประเมินตนเองแบบง่าย ๆ สำหรับใช้ทบทวนหลังการเทรดครั้งสำคัญแต่ละครั้ง

 investment mindset TH

ประเมินระดับการรับความเสี่ยงด้านจิตใจ

เมื่อตลาดการเงินผันผวน คุณคงอยากควบคุมปฏิกิริยาของสมองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุน มาดูกันว่าจะทำได้อย่างไร

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance)

ในการเทรด ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการเงินและด้านจิตใจ

  • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ด้านการเงิน (Financial Risk Tolerance): จำนวนเงินทุนที่สามารถยอมรับการสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อฐานะทางการเงิน โดยพิจารณาจากรายได้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ระยะเวลาการลงทุน อายุ และสถานการณ์ครอบครัว

  • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ด้านจิตใจ (Psychological Risk Tolerance): ความสามารถในการรับมือกับความกดดันทางจิตใจและทำตามแผนการตัดขาดทุน (Stop-Loss) ได้อย่างมีสติโดยไม่ตื่นตระหนก แม้ความเครียดจะทำให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลได้ยากขึ้น

แบบประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ด้านการเงิน

  • ฉันคาดว่าจะมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

  • ฉันได้กันเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้ภายใน 5 ปีข้างหน้าแล้ว เช่น ค่าแต่งงาน ค่าเล่าเรียน หรือค่าผ่อนบ้าน

  • เงินทุนที่นำมาลงทุนเป็นเงินส่วนเกินที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

  • แม้มูลค่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้จะลดลง 30% ฉันก็ยังสามารถรักษาระดับการใช้ชีวิตในปัจจุบันได้

  • ฉันมีเงินออมแยกไว้ต่างหาก เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี

  • ฉันกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าการเทรดแต่ละครั้งยอมเสี่ยงได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน

  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนของฉันไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้จากการเทรด

ด้านจิตใจ

  • ฉันไม่รู้สึกกังวลหากต้องถือสินทรัพย์ลงทุนไว้โดยไม่ปรับเปลี่ยนเป็นเวลาหลายสัปดาห์

  • ฉันยอมรับได้ว่ามูลค่าสินทรัพย์อาจลดลงครึ่งหนึ่งในระยะสั้น

  • แม้ในวันที่มูลค่าการลงทุนร่วงลงอย่างหนัก ฉันก็ยังรับประทานอาหารและนอนหลับได้ตามปกติ

  • แม้จะทำกำไรได้ ฉันก็ไม่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป และยังคงทำตามกฎเดิมได้

  • แม้จะขาดทุน ฉันก็ไม่ตื่นตระหนกหรือรีบพยายามเอาคืน

  • หลังจากขาดทุน ฉันสามารถพักจากหน้าจอได้ แทนที่จะกลับเข้าเทรดทันทีเพื่อหวังเอาคืน

  • ฉันไม่รู้สึกกดดันให้รับความเสี่ยงมากขึ้น เพียงเพราะเห็นเทรดเดอร์คนอื่นโพสต์ว่าทำกำไรได้มากกว่า

วิธีอ่านผลการประเมิน

แบบประเมินนี้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับประเมินตนเอง ไม่ใช่แบบทดสอบที่ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่เห็นจากคำตอบของคุณก็เป็นสิ่งที่ควรสังเกต

หากคุณทำเครื่องหมายได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรายการทั้งหมด ระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อาจไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่กำลังรับอยู่ในปัจจุบัน

เราแนะนำให้พิจารณาวิธีลดความเสี่ยง เช่น ลดขนาดสถานะการซื้อขาย ก่อนเข้าเทรดครั้งถัดไป

หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

สามารถศึกษาแบบประเมินระดับความเสี่ยง Grable & Lytton (Grable & Lytton Risk-Tolerance Scale) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ที่ปรึกษาทางการเงินใช้อ้างอิงกันอย่างแพร่หลาย

ความกลัวการสูญเสีย (Loss Aversion)

เมื่อเข้าใจแล้วว่าตนเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด สิ่งต่อไปที่ต้องรู้คือ คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเกิดการขาดทุน เพราะการขาดทุนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเทรด

จากงานวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม Daniel Kahneman และ Amos Tversky ระบุว่า คนเรารู้สึกเจ็บปวดจาก “การสูญเสีย” รุนแรงกว่าความรู้สึกยินดีจาก “การได้มา” ประมาณ 2 เท่า

แนวคิดนี้สามารถใช้ประเมินได้ว่า นักลงทุนรู้สึกต่อการขาดทุนรุนแรงกว่าความรู้สึกจากกำไรที่มีมูลค่าเท่ากันมากน้อยเพียงใด

ตัวอย่าง

  • ตัวเลือก A: รับเงิน $10,000 โดยไม่มีเงื่อนไข

  • ตัวเลือก B: โยนเหรียญ หากออกหัวจะได้รับ $20,000 แต่หากออกก้อยจะได้รับ $0

แม้ว่าทั้งสองตัวเลือกจะมีมูลค่าคาดหวัง (Expected Value) เท่ากันที่ $10,000 แต่คนส่วนใหญ่มักเลือกตัวเลือก A เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึก “สูญเสีย” จากการไม่ได้อะไรเลย

ประเมินระดับความกลัวการสูญเสีย

หากคุณไม่เต็มใจเสี่ยงกับการโยนเหรียญ เว้นแต่เงินที่อาจได้รับจะสูงถึง $30,000 หรือมากกว่า นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการสูญเสียในระดับสูง

ผลต่อการเทรด: คุณอาจละเลยเกณฑ์ที่ตั้งไว้สำหรับการตัดขาดทุน ขยับจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss) ให้ไกลออกไป หรือรีบเทขายด้วยความตื่นตระหนก ดังนั้น นี่จึงเป็นจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินทุน

ระดับการตอบสนองทางอารมณ์ (Baseline Emotional Reactivity)

ขั้นตอนต่อไปคือการทำความเข้าใจว่าคุณมีปฏิกิริยาทางอารมณ์มากน้อยเพียงใด ในทางจิตวิทยาและจิตเวชศาสตร์ แนวคิดนี้หมายถึงระดับการตอบสนองทางอารมณ์ของบุคคลเมื่อเผชิญกับความเครียดหรือสิ่งกระตุ้นในชีวิตประจำวัน

ยิ่งระดับนี้สูง ก็ยิ่งมีปฏิกิริยาทางอารมณ์มากขึ้น ในทางกลับกัน ระดับที่ต่ำสะท้อนถึงบุคลิกที่สงบและสุขุม

หลังจากผ่านวิกฤตตลาดที่ไม่คาดคิด ลองนึกย้อนกลับไปว่าคุณมีปฏิกิริยาอย่างไรและจดบันทึกไว้

  • ผู้ที่มีการตอบสนองทางอารมณ์สูง (High Reactivity Type): เมื่อเกิดภาวะตลาดร่วงลงอย่างรุนแรงหรือมีเหตุการณ์ฉับพลัน หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นและรู้สึกเกร็งบริเวณท้อง

→ มักปล่อยให้อารมณ์พาไปจนเปลี่ยนแผนการเทรดอย่างกะทันหัน

  • ผู้ที่มีการตอบสนองทางอารมณ์ต่ำ (Low Reactivity Type): แม้สถานการณ์จะไม่เป็นไปตามแผน ก็ไม่แสดงอารมณ์ออกมาและยังคงใจเย็น ซึ่งเป็นประโยชน์ในช่วงวิกฤต

→ อาจประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไปและมองข้ามสัญญาณเตือนจากตลาดได้ง่าย รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะตอบสนองล่าช้า ซึ่งอาจทำให้การขาดทุนเพิ่มขึ้น

วิธีประเมินตนเอง

จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ข้างต้น ลองย้อนดูประสบการณ์การเทรดที่ผ่านมา เพื่อสังเกตว่าตนเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการขาดทุนมากแค่ไหน และตอบสนองทางอารมณ์อย่างไร

การย้อนดูว่าในช่วงที่ตลาดผันผวน คุณรู้สึกอย่างไรและตัดสินใจทำอะไร จะช่วยให้หลีกเลี่ยงการทำผิดซ้ำในการตัดสินใจลงทุนในอนาคต

ลองย้อนดูว่าที่ผ่านมา คุณมีวิธีรับมือกับการเทรดของตนเองอย่างไร

ขั้นตอนที่ 1: เลือกเหตุการณ์ในตลาดหนึ่งเหตุการณ์

เลือกเหตุการณ์ที่คุณจดจำได้อย่างชัดเจน หรือเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลต่ออารมณ์ของคุณอย่างมาก

 

ขั้นตอนที่ 2: ประเมินพฤติกรรมของตนเองอย่างเป็นกลาง โดยใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้ข้างต้นเป็นแนวทาง

  1. ทบทวนพฤติกรรมการเทรด: คุณปฏิบัติตามแผนการเทรด หรือปล่อยให้อารมณ์พาไป

  2. ประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้: คุณกำหนดสัดส่วนความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน หรือรับความเสี่ยงมากหรือน้อยเกินไป

  3. ทบทวนระดับความกลัวการสูญเสีย: คุณยอมรับการขาดทุน หรือมีปฏิกิริยาเพื่อพยายามชดเชยการขาดทุน

  4. วิเคราะห์ผลลัพธ์และอารมณ์หลังการเทรด: ปฏิกิริยาของคุณส่งผลต่อกำไรหรือไม่


การทบทวนพฤติกรรมที่ผ่านมาจะช่วยให้เข้าใจแนวโน้มของตนเองได้ดีขึ้น และเห็นว่ามีจุดใดที่ต้องปรับปรุง

สรุปสาระสำคัญ

  • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้มี 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการเงินและด้านจิตใจ โดยต้องประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าตนเองรับความเสี่ยงในแต่ละด้านได้มากน้อยเพียงใด

  • ระดับความกลัวการสูญเสียและรูปแบบการตอบสนองทางอารมณ์เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะมีพฤติกรรมอย่างไรเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันสูง

  • เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนในระยะยาว การทำความเข้าใจระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และลักษณะทางจิตใจของตนเองอย่างลึกซึ้ง รวมถึงการทบทวนผลการประเมินตนเองเป็นระยะ ถือเป็นสิ่งสำคัญ

ถัดไป: ประเภทของเทรดเดอร์ในสภาวะตื่นตระหนกและตัวอย่างจากเหตุการณ์ในอดีต
บทเรียนถัดไป